สรุปผล ค่าแรงขั้นต่ำ ปี 2561 บังคับใช้ เมษานี้

ประเทศไทยมีการปรับขึ้น “ค่าแรงขั้นต่ำ” ครั้งใหญ่เมื่อปี 2556 ซึ่งทำให้มีค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท เท่ากันทั่วประเทศ และมีการปรับใหม่อีกครั้งในปี 2560 เป็น 305-310 บาท ตามสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีวิตในแต่ละจังหวัด มีแค่ 8 จังหวัดที่คงไว้ 300 บาทตามเดิม ส่วนในปี 2561 นี้ ได้ข้อสรุปเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า ค่าแรงขั้นต่ำจะมีทั้งหมด 7 อัตรา แตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด พิจารณาตามสภาพเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความสามารถในการแข่งขัน ดังนี้ ค่าแรงขั้นต่ำสูงสุดที่ 330 บาท/วัน ในจังหวัด ได้แก่ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง 325 บาท/วันในจังหวัดกรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา 320 บาท/วัน 14 จังหวัด ได้แก่อุบลราชธานี สุพรรณบุรี สระบุรี อยุธยา หนองคาย ลพบุรี ตราด ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และพังงา 318 บาท /วัน มี 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์…

อัพเดทการเปลี่ยนแปลงรายการ ค่าลดหย่อนภาษี บุคคลธรรมดาของปี 2561

ขอมาอัพเดทการเปลี่ยนแปลง “ค่าลดหย่อนภาษี” สำหรับบุคคลธรรมดาของปี 2561 นี้ซักหน่อย เพราะครม. เพิ่งอนุมัติรายการลดหย่อนบางรายการใหม่มาเมื่อกลางเดือนนี้เอง สำหรับบุคคลธรรมดา รายการลดหย่อนภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงมี 3 รายการ คือ 1.ค่าลดหย่อนบุตร จากเดิมคนมีลูกสามารถลดหย่อนบุตรได้คนละ 30,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนคน ถ้าลูกเป็นลูกแท้ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ฉบับใหม่เปลี่ยนเป็นให้สามารถลดหย่อนบุตรเพิ่มได้อีก 30,000 บาทต่อคน สำหรับลูกคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเกิดในปี 2561 เป็นต้นไป ซึ่งให้บังคับใช้กับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี 2561 เป็นต้นไป สำหรับคำว่า “บุตรชอบด้วยกฎหมาย” ถ้าบางคน เป็นสามีภรรยากันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ถึงจะเป็นลูกแท้ๆก็ไม่สามารถเอามาลดหย่อนบุตรได้นะ ลูกที่สามารถลดหย่อนบุตรได้จะต้องเกิดจากพ่อแม่ที่จดทะเบียนสมรสกัน หรือมีการจดทะเบียนรับรองบุตรแล้วเท่านั้น 2.ค่าลดหย่อนฝากครรภ์หรือคลอดบุตร รายการนี้เป็นรายการใหม่ที่เพิ่มเข้ามีในปีภาษี 2561 นี้ ซึ่งให้สามารถนำค่าฝากครรภ์หรือค่าคลอดบุตรไปหักค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับค่าฝากครรภ์และค่าตลอดบุตรที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.61 เป็นต้นไป แต่สิทธิการหักลดหย่อนนี้จะให้เฉพาะคนที่ไม่ได้มีก ารเบิกค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์หรือคลอดบุตรจากแหล่งอื่น ๆ เช่น สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ เท่านั้นนะ 3.ค่าลดหย่อนเงินบริจาคโรงพยาบาลรัฐ จากเดิมเงินบริจาคโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่ จะสามารถนำไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินบริจาคแล้ว หรือที่เราเรียกกันว่าลดหย่อนได้ 1 เท่า เปลี่ยนเป็นบุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคโรงพยาบาลได้เป็น 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา(หรือเงินบริจาคอื่นที่ลดหย่อนได้เป็น 2 เท่าของเงินบริจาค) ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว และมีผลสำหรับการบริจาคตั้งแต่วันที่ 1…

รู้ได้ยังไง ว่าเราต้องใช้ เงินเพื่อเกษียณ เท่าไร

“เงินเพื่อเกษียณ” เป็นเงินก้อนนึงที่ทุกคนจำเป็นต้องมี เพราะเราไม่สามารถทำงานได้ตลอดชีวิต จะต้องมีวันที่เราหยุดทำงาน แต่รายจ่ายไม่ได้หยุดตามวันที่เราเกษียณหรือหยุดทำงานด้วย “เงินเพื่อเกษียณ” เป็นเรื่องที่พี่ทุยว่ามันสำคัญยิ่งกว่าสำคัญ แต่หลายๆคนชอบมองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น พี่ทุยบอกเลยไว้ตรงนี้เลยนะว่า “คนที่ไม่วางแผนเกษียณ ไม่เคยได้เกษียณ” เลยล่ะ อาจจะเป็นคำพูดที่ดูแรงไปหน่อย แต่เป็นเรื่องจริงนะ เพราะเวลาจะเกษียณอายุจริงๆ.. รู้มั้ยว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ ? แล้วที่เตรียมไว้พอมั้ย ? สองคำถามนี้แหละจะวนเวียนอยู่ในหัวเราตลอดเวลาทำให้พอถึงเวลาจะเกษียณจริงๆ จะไม่กล้าเกษียณตัวเองหน่ะสิ ทีนี้แย่เลย ทำงานทั้งชีวิต ไม่มีเวลาใช้ชีวิตเลย ! มาถึงตรงนี้สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวางแผนเกษียณของตัวเองมาดูกันว่าเราจะเริ่มต้นวางแผนยังไงดีล่ะ ไม่ต้องกังวลไป พี่ทุยจะมาไขข้อสงสัยให้เอง เริ่มต้นด้วยการหยิบกระดาษ + ปากกาขึ้นมาลุยกัน 1. ถ้าเราต้องเกษียณอายุคิดว่าเราต้องใช้ “เงินเพื่อเกษียณ” เดือนละกี่บาทแล้วนำมาคูณ 12 ไว้ เช่น พี่ทุยบอกว่าอยากใช้เงินเดือนละ 50,000 บาทตอนเกษียณอายุ แสดงว่าต่อปีพี่ทุยต้องใช้เงิน 600,000 บาท (50,000 x 12) ข้อนี้พี่ทุยก็ตอบ 600,000 บาท คำแนะนำก็คืออย่าประเมินต่ำจนเกินไป วันเกษียณทุกวันคือวันหยุด มีโอกาสใช้เงินมากกว่าตอนทำงานสูงมาก คำตอบข้อที่ 1 คือ 600,000 บาท 2. เอาอายุที่อยากเราตั้งใจจะเกษียณ ลบด้วย อายุปัจจุบัน ลบ หนึ่ง เช่น พี่ทุยตอนนี้อายุ 25 ปี อยากเกษียณตอนอายุ 50 ปี พี่ทุยก็ตอบ 50 – 25 – 1 เท่ากับ 24 ปี…

สมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์ง่ายๆ ให้ผ่านฉลุยเพียงครั้งเดียว

ทุกวันนี้ เชื่อว่าทุกคนนั้นมีความจำเป็นที่ต้องการใช้เงินที่สูงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆภายในครอบครัวซึ่งทุกมีค่าครองชีพที่สูงเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ใครหลายคนนั้นต้องหันมาใช้บริการในการสมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์เพื่อต้องการแก้ปัญหาที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ คือ เงินขาดมือ ทำให้ไม่สามารถใช้เงินได้อย่างต่อเนื่องหรือชนเดือนนั่นเอง สินเชื่อเงินสดออนไลน์นั้นจึงเป็นทางออกของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือ ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ บัตรกดเงินสดนั้นจะมีความแตกต่างจากบัตรเครดิตอย่างมาก แต่ทั้งสองอย่างนั้นจะต้องมีการจ่ายตามหลังที่ได้ใช้บัตรไปแล้ว บัตรเครดิตเมื่อใช้มากก็จะมีการสะสมแต้มอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับบัตรกดเงินสดที่คุณสามารถกดเงินสดได้ทุกวันก็จริงแต่จะไม่มีการสะสมแต้ม ซึ่งคุณอาจจะต้องปวดหัวว่าต้องมาไล่ตามจ่ายกับวงเงินที่ได้ใช้ไปแล้ว แนะนำว่าบัตรกดเงินสดควรเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้นจะดีที่สุดเช่นในยามเจ็บป่วย ค่าศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลานจะ ดีที่สุด   Statement คือสิ่งที่สำคัญ เป็นข้อมูลงบการเงินที่คุณนั้นได้รับเข้าบัญชีทุกเดือน บางรายอาจจะไม่สามารถสมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์ได้ เพราะยอดเงินเดือนนั้นเข้าไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน สิ่งที่คุณจำเป็นต้องกรอกลงในประวัติของผู้สมัครซึ่งควรเป็นข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น เพราะการกรอกข้อมูลตามจริงเมื่อนำไปเทียบกับเอกสารก็จะต้องตรงตามความเป็นจริงทุกอย่างจึงผ่าน ประวัตเครดิตขาวสะอาดก็มีโอกาสที่เป็นต่อมากกว่าคนทั่วไป สำหรับผู้ที่ประกอบการต่างๆ ควรให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียด การมีระเบียบวินัยทางการเงินที่มีการผ่อนจ่ายตรงตามเวลา หรือมียอดเงินเข้าอย่างต่อเนื่องและไม่มีประวัติการค้างจ่าย หากเป็นผู้ประกอบการจะต้องไม่มีประวัติของการคืนเช็คหรือเช็คเด้งเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมา หากต้องสมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์ หากไม่มีเงินพร้อมก็ไม่ควรสั่งจ่ายเช็ค ทั้งนี้จะทำให้คุณนั้นมีประวัติเสีย และทำให้คุณนั้นไม่สามารถทำเรื่องการขอสินเชื่อเงินสดได้ การเลือกหลักประกัน สิ่งที่คุณควรเลือกนำมาเป็นหลักประกัน ถึงแม้ว่าให้กับผู้ทีสมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์หากเป็นบุคคลธรรมดาอาจจะต้องพิจารณาในส่วนอื่นๆ แต่ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจก็ต้องเลือกทรัพย์สินที่ต้อง ที่มีประโยชน์อันสูงสุด ธนาคารก็จะพิจารณาว่าสามารถเข้ามาครอบครองได้หรือไม่ หรือจะมีโอกาสที่ขายทอดตลาดได้หรือไม่ หากมีปัญหาในเรื่องของการผ่อนส่งยอดนั่นเอง การมีวินัยในการผ่อน แน่นอนคือเรื่องที่ธนาคารนั้นชอบอย่างมาก เพราะธนาคารเองก็ไม่ชอบให้เรื่องต้องฟ้องร้องหรือแม้แต่การขึ้นศาล โดยที่ธนาคารนั้นจะรอดูถึงความเหมาะสมของเงินเดือน หรือความสามารถในการผ่านชำระค่างวดทั้งยอดเต็มหรือยอดผ่อนชำระขั้นต่ำ การเตรียมความพร้อมของการสมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์ที่คุณนั้นจะต้องเตรียมเรื่องของข้อมูลที่นอกเหนือจากเอกสารทั้งหมด และข้อมูลในการผ่อนชำระที่เป็นระยะเท่าไรและมียอดของสินเชื่อเท่าไรของการสมัครในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเงินนั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญเพราะทุกวันนี้ต้องกินใช้จ่ายต่างก็ต้องใช้เงินเพื่อแลกซื้อสินค้าที่ต้องการ จึงทำให้การสมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์นั้นเป็นทางออกที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในตอนนี้ โดยที่มีทางออกการสมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์เพื่อให้มีความสภาพคล่องทางการเงินมากยิ่งขึ้น โดยที่คุณนั้นไม่ต้องไปเสียเงินให้กับการกู้นอกระบบ หากคุณมีการส่งยอดได้ตรงและทำประวัติการผ่อนชำระได้ดีโอกาสที่วงเงินจะสูงขึ้นก็มีเช่นกัน…

สมัครบัตรสินเชื่อเงินสดออนไลน์ดีจริงหรือเปล่า

การสมัครบัตรสินเชื่อเงินสดออนไลน์ดีจริงหรือเปล่า คำถามที่มีคำตอบ ความจำเป็นของแต่ละคนนั้นจะไม่เหมือนกันอยู่แล้ว สำหรับเรื่องของเงินๆ ทองๆ บางรายอาจจะมีเงินใช้ไม่ชนเดือน มองว่าเงินเดือนที่ได้รับมานั้นเป็นเหมือนเงินทอน จึงทำให้ใครหลายคนนั้น สมัครบัตรสินเชื่อเงินสดออนไลน์ หรือ สมัครบัตรกดเงินสด เพื่อต้องการแก้ปัญหาเรื่องของเงินเดือนที่ไม่พอใช้ชนเดือน นั่นเอง สำหรับบัตรกดเงินสดนั้นจะไม่เหมือนกับบัตรเครดิต โดยที่บัตรเครดิต สามารถใช้ได้ตลอดการยิ่งใช้มากก็จะได้แต้มสะสม หรือการใช้แต้มเพื่อแลกสินค้าหรือจะใช้ร่วมกับร้านค้าหรือสถานที่ต่างๆ ได้ แต่สำหรับการสมัครบัตรสินเชื่อเงินสด หรือ บัตรกดเงินสดนั้น คุณจะได้รับบัตรมาพร้อมกับรหัสกดเงินสดที่จำเป็นต้องเก็บไว้ให้ดีที่สุด เพราะรหัสที่คุณได้มานั้นเพื่อใช้สำหรับเบิกถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม การที่คุณมีบัตรกดเงินสดกับตัวก็จะทำให้คุณนั้นมีความคล่องทางการเงินที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะนำไปตอบสนองความต้องการของตนเอง หรือเพื่อต้องการเก็บไว้ใช้ในยามที่ฉุกเฉิน ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ใช้งานคุณก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย     สำหรับใครที่คิดว่าต้องการสมัครบัตรสินเชื่อเงินสดออนไลน์ ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่คุณต้องไปสู่หน้าเว็บที่ต้องการสมัคร จากนั้นก็กรอกรายละเอียดส่วนตัวของคุณให้ครบทุกอย่าง ซึ่งต้องเป็นข้อมูลตามความจริงทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคุณในการสมัคร หากป้อนข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ก็จะทำให้การสมัครบัตรสินเชื่อเงินสดออนไลน์ในครั้งนี้ของคุณเป็นอันยกเลิกทันที โดยที่ไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า การใช้บัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตทุกครั้งจำเป็นที่ต้องเก็บสลิป เพื่อนำมาเปรียบเทียบการใช้ว่าตรงกับรอบบิลหรือไม่ อีกทั้งยังเป็นการสร้างวินัยให้กับตนเองโดยที่คุณนั้นสามารถจัดทำบัญชีการใช้ไว้เป็นส่วนตัวเพื่อที่จะได้ตรวจสอบว่าในเดือนนี้ใช้ไปเท่าไรแล้ว เพื่อที่จะได้บริหารเงินได้ถูกในสิ้นเดือน หากเมื่อใดก็ตามที่ต้องการสมัครบัตรสินเชื่อเงินสดออนไลน์ หรือ ต้องการกดเงินสดแล้วนำไปใช้จ่ายหรือนำไปตอบสนองความต้องการของในส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ของใช้สิ้นเปลืองต่างๆ โดยคุณจะมีจำนวนวงเงินที่จำกัดและที่สำคัญคนส่วนใหญ่จะไม่ได้เก็บเงินก้อนหนี้ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินอย่างแน่นอน หากได้ใช้จนเต็มวงเงินคุณนั้นสามารถจะต้องกลับมาประสบกับปัญหาเงินขาดสภาพคล่องอีกเช่นเดิม และครั้งนี้จะเป็นปัญหาขนาดใหญ่กว่าเดิม เพราะในรอบนี้คุณจะต้องมีเงินไว้จ่ายบัตรเงินสดในช่วงสิ้นเดือนอีกด้วยทั้งนี้แล้วหากใครที่ยังไม่พร้อมในการสมัครบัตรสินเชื่อเงินสดออนไลน์ แนะนำว่าอย่ารีบใจร้อนในการสมัคร แต่ถ้าเมื่อใดนั้นคุณได้สมัครสินเชื่อเงินสดออนไลน์ และผ่านมาแล้วแนะนำว่าบัตรกดเงินสดครั้งนี้ควรเลือกใช้ในเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อผลประโยชน์ในการสมัครและตัวคุณเองมากที่สุด หากเมื่อเทียบกับการกู้เงินนอกระบบมาใช้ในยามฉุกเฉินก็จะทำให้คุณนั้นต้องส่งดอกที่แพงแต้ถ้าเป็นบัตรกดเงินสด หากคุณนั้นสามารถผ่อนได้ตรงทุกงวดจากวงเงินที่น้อยในช่วงแรกคุณจะสามารรถขอเพิ่มวงเงินได้ดีเช่นกัน หากใครที่สมัครและยังไม่มีความจำเป็นในการใช้วงเงินที่ได้มาครั้งนี้ก็สามารถที่เก็บไว้ก่อนโดยไม่ต้องกลัวเสียดอก การที่มีบัตรสินเชื่อหรือบัตรกดเงินสดอยู่กับตัวจะสามารถช่วยคุณในยามฉุกเฉินได้อย่างดีเพราะเวลาขับขันอาจจะต้องลำบากมากสำหรับคนที่ไม่มีเงินก้อน ถึงอย่างไรก็ตามคุณควรที่จะทำความเข้าใจ และรู้จักการวางแผนเรื่องการใช้เงินอนาคตก้อนนี้ให้รอบคอบมากที่สุดเพื่อผลประโยชน์ต่อตัวคุณเองในอนาคต…

เตรียมตัวอย่างไรกับการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตให้สำเร็จ

แนะนำวิธีการเตรียมตัวเพื่อทำรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตให้สำเร็จ สำหรับใครๆ ที่กำลังมีปัญหาภาระหนี้สินพันตัวเองอยู่ในตอนนี้ หรือ กำลังปวดหัวกับหนี้ก้อนโต รายจ่ายที่มากขึ้น รู้สึกเป็นกังวลเรื่องภาระหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็น ค่าผ่อนบ้าน คอนโด ค่าผ่อนรถ ผ่อนสารพัดที่จะผ่อน ทำให้มีปัญหาการผ่อนชำระนั้น เริ่มสะดุด จนไม่สามารถที่จะผ่อนค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้ได้ตรงตามกำหนด จนคิดที่จะตายกันไปข้าง แต่ความเป็นจริงคุณนั้นไม่สามารถที่จะทำได้ การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคุณในตอนนี้ เพราะการที่จะไปกู้นอกระบบเพื่อหวังว่าจะเป็นหนี้ทางเดียวนั้นบอกเลยว่าคิดผิด การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต โอนหนี้บัตรเครดิต สามารถช่วยคุณได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีหลายธนาคารที่ได้จัดโปรโมชั่นแรงๆ เพื่อรับโอนหนี้บัตรเครดิต ทำให้ทุกภาระของการผ่อนคุณนั้นเบาบางได้บ้าง และสามารถช่วยให้สภาพการเงินคุณคล่องตัวมากยิ่งขึ้น การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันเพราะจะช่วยให้ภาระทางการเงินของคุณที่แสนหนักอึ้งของผู้ที่พลาดจากการบริหารการใช้งานบัตรเครดิตต่างๆ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สถาบันการเงินที่เป็นตัวแทนรับภาระหนี้ทั้งหมดนำมารีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตให้กับคุณจากการรวมหนี้สินทั้งหมดมาเป็นก้อนเดียวเพื่อให้ผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิตไม่ต้องแบกรับภาระหลายช่องทาง ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต สำหรับขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต หรือโอนหนี้บัตรเครดิต ก่อนที่ทำการจัดการรีไฟแนนซ์คุณจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองนั้นมีภาระหนี้สินที่ค้างอยู่จำนวนเท่าไร ค้างกี่บัตร จำเป็นต้องจัดการวางแผนทางการเงินก่อนว่ามีรายได้และรายรับต่อเดือนเท่าไร ซึ่งจะต่างกับการผ่อนค่าใช้จ่ายหนี้สินโดยปกติแต่ถ้ามองแล้วว่ายังพอมีกำลังในการผ่อนก็แนะนำว่าให้พยายามผ่อนต่อเพราะการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตอาจจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับคุณถึงแม้ว่าคุณจะสบายในการผ่อนที่น้อยลงแต่ต้องไม่ลืมว่าระยะเวลาในการผ่อนนั้นจะขยายเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณนั้นไม่สามารถที่จะผ่อนได้ไหวก็ควรเตรียมตัวและเตรียมเอกสารให้ครบ สำหรับการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการประกอบการขอสินเชื่อในการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นการทำเป็นครั้งแรกหรือครั้งที่สองก็ตามซึ่งจะใช้เอกสารหลักๆ ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของบัตรเครดิตคือ ชื่อ นามสกุล สถานภาพสมรส การประกอบอาชีพ รายได้ต่อเดือน มีหลักทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หรือภาระหนี้สินอื่นๆ รวมถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำเงินไปใช้ โดยปกติการขอสินเชื่อควรเป็นอาชีพการงานอะไร ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่รายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ไม่มีภาระหนี้สิน และมีความสามารถในการชำระหนี้ สำหรับการจัดการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตนั้นก็ไม่ยากแต่อย่างใด เอกสารที่ต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต สำหรับเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ควรจัดเตรียมให้ครบก่อนเพื่อที่จะได้สะดวกต่อการเดินเรื่องเอกสารและประหยัดเรื่องเวลา เอกสารที่ต้องการใช้คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนจำเป็นต้องเป็นต้นฉบับเท่านั้น หรือถ้าเป็นหนังสือรับรองเงินเดือนก็ต้องมีอายุไม่เกิน 60 วัน สมุดเงินฝากที่ต้องการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี ที่สำคัญการยื่นเอกสารภาระหนี้สินของสถาบันการเงินที่เราเป็นหนี้ให้ครบ การเตรียมเอกสารของผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจก็จำเป็นต้องเตรียมหนังสือการจดรับรองทะเบียนการค้าและสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน ทั้งนี้ การเตรียมเอกสารจำเป็นต้องเตรียมให้พร้อมเพราะระยะเวลาการเดินเรื่องจะใช้เวลาหลายวันในการเดินเรื่องซึ่งคุณอาจจะไม่สามารถทราบผลได้ในทันทีที่ยื่นเอกสารเสร็จ ข้อดีสำหรับการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต โอนหนี้บัตรเครดิต การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต โอนหนี้บัตรเครดิตนั้น…

เหตุผลที่ว่าทำไม คนรวย จะยิ่งรวยขึ้น และคนจนจะยิ่งจนลง

“คนรวย” ที่กว่าจะรวยได้จนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่มาจากพันธุ์กรรม ไม่ว่าคนเราจะรวยหรือจะจนเป็นผลของการกระทำมากกว่าเรื่องของโชคชะตา “คนรวย” และ “คนจน” จะค่อยๆมีช่องว่างทางรายได้มากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป เป็นสิ่งที่น่าตกใจมากหลังจากที่พี่ทุยได้ข้อมูลมาจากการอ่านบทวิจัยชิ้นนึงมา ง่ายๆก็คือ คนรวยก็รวยยิ่งขึ้นไปและคนจนก็จะจนอยู่แบบนั้น ถึงขนาดที่ว่าในอนาคตคนรวยน่าจะต้องโดนเก็บภาษีโหดมาก แล้วรัฐบาลเอาเงินมาให้คนจนไปใช้จ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนต่อไปได้ พี่ทุยก็เลยลองมานั่งคิดดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ? ถ้าไม่นับเรื่องวิธีคิดต่างๆ พี่ทุยว่าเหตุผลนึงก็เป็นเพราะคนรวยมี “เงินออม” เหลือเยอะกว่า และ “ดอกเบี้ยทบต้น” เป็นตัวที่ทำให้ความห่างยิ่งมากขึ้น ลองคิดดูว่า ไม่ว่าเราจะจนหรือจะรวยก็ต้องซื้อของราคาเดียวกัน แล้วถ้าเรามีรายได้ 10,000 บาท กับ รายได้ 100,000 บาท สมมติว่าให้กินใช้เท่ากัน 5,000 บาท สุดท้ายคนที่มีรายได้ 10,000 บาทจะเหลือ 5,000 บาท แต่คนที่มีรายได้ 100,000 บาท จะเหลือ 95,000 บาท แล้วลองคิดดูว่าถ้าเราเอาเงินออมไปลงทุนต่อให้ได้สัก 6% ต่อปี พอผ่านไป 10 ปีคนที่มีรายได้ 10,000 บาทจะมีเงินเก็บประมาณ 820,000 บาท ส่วนคนที่มีรายได้ 100,000 บาทจะมีเงินเก็บรวมๆ 15,500,000 บาท นี่ก็คือความต่างที่มหาศาลแล้ว แล้วไม่ต้องพูดถึง 20 ปี 30 ปี มันจะยิ่งห่างแบบน่าตกใจเลย สุดท้ายพี่ทุยแนะนำว่าทางแก้จนที่ดีที่สุด ก็คือการหารายได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่การออมเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การลงทุนให้ผลตอบแทนสูงแบบเว่อร์ๆ การที่เราประหยัดอย่างมากก็ได้ไม่เท่าไหร่ เราต้องกินต้องใช้อยู่ดี มันมีจำกัด เราสามารถประหยัดได้แค่ประมาณนึง แต่การหารายได้เพิ่มเติม เราสามารถหารายได้เพิ่มได้ไม่จำกัดเท่าที่ความสามารถเราจะหาได้ แต่ก็แน่นอนว่าการเพิ่มรายได้ไม่ได้ทำง่ายๆ แล้วก็อาจจะไม่ได้ลงมือทำแล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นในทันที ก็เลยทำให้คนจนมากกว่าคนรวย เพราะพี่ทุยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะการที่จะเป็น…