อัพเดทการเปลี่ยนแปลงรายการ ค่าลดหย่อนภาษี บุคคลธรรมดาของปี 2561

ขอมาอัพเดทการเปลี่ยนแปลง “ค่าลดหย่อนภาษี” สำหรับบุคคลธรรมดาของปี 2561 นี้ซักหน่อย เพราะครม. เพิ่งอนุมัติรายการลดหย่อนบางรายการใหม่มาเมื่อกลางเดือนนี้เอง สำหรับบุคคลธรรมดา รายการลดหย่อนภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงมี 3 รายการ คือ 1.ค่าลดหย่อนบุตร จากเดิมคนมีลูกสามารถลดหย่อนบุตรได้คนละ 30,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนคน ถ้าลูกเป็นลูกแท้ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ฉบับใหม่เปลี่ยนเป็นให้สามารถลดหย่อนบุตรเพิ่มได้อีก 30,000 บาทต่อคน สำหรับลูกคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเกิดในปี 2561 เป็นต้นไป ซึ่งให้บังคับใช้กับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี 2561 เป็นต้นไป สำหรับคำว่า “บุตรชอบด้วยกฎหมาย” ถ้าบางคน เป็นสามีภรรยากันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ถึงจะเป็นลูกแท้ๆก็ไม่สามารถเอามาลดหย่อนบุตรได้นะ ลูกที่สามารถลดหย่อนบุตรได้จะต้องเกิดจากพ่อแม่ที่จดทะเบียนสมรสกัน หรือมีการจดทะเบียนรับรองบุตรแล้วเท่านั้น 2.ค่าลดหย่อนฝากครรภ์หรือคลอดบุตร รายการนี้เป็นรายการใหม่ที่เพิ่มเข้ามีในปีภาษี 2561 นี้ ซึ่งให้สามารถนำค่าฝากครรภ์หรือค่าคลอดบุตรไปหักค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับค่าฝากครรภ์และค่าตลอดบุตรที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.61 เป็นต้นไป แต่สิทธิการหักลดหย่อนนี้จะให้เฉพาะคนที่ไม่ได้มีก ารเบิกค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์หรือคลอดบุตรจากแหล่งอื่น ๆ เช่น สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ เท่านั้นนะ 3.ค่าลดหย่อนเงินบริจาคโรงพยาบาลรัฐ จากเดิมเงินบริจาคโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่ จะสามารถนำไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินบริจาคแล้ว หรือที่เราเรียกกันว่าลดหย่อนได้ 1 เท่า เปลี่ยนเป็นบุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคโรงพยาบาลได้เป็น 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา(หรือเงินบริจาคอื่นที่ลดหย่อนได้เป็น 2 เท่าของเงินบริจาค) ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว และมีผลสำหรับการบริจาคตั้งแต่วันที่ 1…

รู้ได้ยังไง ว่าเราต้องใช้ เงินเพื่อเกษียณ เท่าไร

“เงินเพื่อเกษียณ” เป็นเงินก้อนนึงที่ทุกคนจำเป็นต้องมี เพราะเราไม่สามารถทำงานได้ตลอดชีวิต จะต้องมีวันที่เราหยุดทำงาน แต่รายจ่ายไม่ได้หยุดตามวันที่เราเกษียณหรือหยุดทำงานด้วย “เงินเพื่อเกษียณ” เป็นเรื่องที่พี่ทุยว่ามันสำคัญยิ่งกว่าสำคัญ แต่หลายๆคนชอบมองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น พี่ทุยบอกเลยไว้ตรงนี้เลยนะว่า “คนที่ไม่วางแผนเกษียณ ไม่เคยได้เกษียณ” เลยล่ะ อาจจะเป็นคำพูดที่ดูแรงไปหน่อย แต่เป็นเรื่องจริงนะ เพราะเวลาจะเกษียณอายุจริงๆ.. รู้มั้ยว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ ? แล้วที่เตรียมไว้พอมั้ย ? สองคำถามนี้แหละจะวนเวียนอยู่ในหัวเราตลอดเวลาทำให้พอถึงเวลาจะเกษียณจริงๆ จะไม่กล้าเกษียณตัวเองหน่ะสิ ทีนี้แย่เลย ทำงานทั้งชีวิต ไม่มีเวลาใช้ชีวิตเลย ! มาถึงตรงนี้สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นวางแผนเกษียณของตัวเองมาดูกันว่าเราจะเริ่มต้นวางแผนยังไงดีล่ะ ไม่ต้องกังวลไป พี่ทุยจะมาไขข้อสงสัยให้เอง เริ่มต้นด้วยการหยิบกระดาษ + ปากกาขึ้นมาลุยกัน 1. ถ้าเราต้องเกษียณอายุคิดว่าเราต้องใช้ “เงินเพื่อเกษียณ” เดือนละกี่บาทแล้วนำมาคูณ 12 ไว้ เช่น พี่ทุยบอกว่าอยากใช้เงินเดือนละ 50,000 บาทตอนเกษียณอายุ แสดงว่าต่อปีพี่ทุยต้องใช้เงิน 600,000 บาท (50,000 x 12) ข้อนี้พี่ทุยก็ตอบ 600,000 บาท คำแนะนำก็คืออย่าประเมินต่ำจนเกินไป วันเกษียณทุกวันคือวันหยุด มีโอกาสใช้เงินมากกว่าตอนทำงานสูงมาก คำตอบข้อที่ 1 คือ 600,000 บาท 2. เอาอายุที่อยากเราตั้งใจจะเกษียณ ลบด้วย อายุปัจจุบัน ลบ หนึ่ง เช่น พี่ทุยตอนนี้อายุ 25 ปี อยากเกษียณตอนอายุ 50 ปี พี่ทุยก็ตอบ 50 – 25 – 1 เท่ากับ 24 ปี…